การใช้วิทยาศาสตร์บำบัดสุขภาพจิต (

เมื่อมีปัญหาสุขภาพจิตก็ต้องมีการบำบัดแนวทางในการบำบัดสุขภาพจิตมีหลากหลาย ในยุคที่มีการศึกษาเรื่องสุขภาพจิตอย่างแพร่หลาย การใช้การใช้วิทยาศาสตร์บำบัดสุขภาพจิต เป็นแนวทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมและให้ผลลัพธ์ที่ดี แนวทางแรกที่เราพบได้มากขึ้นในปัจจุบันคือการใช้ดนตรีบำบัด  ดนตรีใช้ลดอาการเจ็บปวดลดความเครียดกังวล พฤติกรรมถดถอยเหงาเศร้าได้  เพราะจังหวะ เพราะเสียงและจังหวะของดนตรีทำให้ผู้ป่วยได้ขยับตัว  ผลการใช้ดนตรีบำบัดทำให้ผู้ที่ปฏิเสธสังคม จะกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างรวดเร็ว  และมีรายงานทางการแพทย์ระบุว่า ดนตรีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์  โดยอธิบายว่า เสียงเพลงสามารถชวนให้เกิดอารมณ์เศร้า หรือทำให้มีความปลาบปลื้มยินดี อีกทั้งทำให้หวาดกลัว  โดยนักวิจัยพบว่า ถ่วงทำนองและจังหะของดนตรีเกิดจากคลื่นแรงเหวี่ยงในธรรมชาติและแรงแกว่งของลมที่ถูกคำนวณด้วยตัวเลข ซึ่งความถี่-ห่างของแรงเหวี่ยงในอากาศนั้นๆ เข้าไปทับซ้อนกัน เกิดเป็นความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งก็บังเกิดขึ้น จากคณิตศาสตร์กลายมาเป็นความรู้สึกทางอารมณ์ ดนตรีจึงสามารถกระตุ้นจิตใจได้อย่างลึกซึ้ง ยังมีการอธิบายอีกว่า  “การร้องรำทำเพลงร่วมกันในกลุ่มสุภาพบุรุษทำให้ความเข้มข้นในฮอร์โมนก้าวร้าว (Testosterone) ลดลง และถ้าร้องร่วมกันทั้ง 2 เพศจะลดการหลั่งสารคอร์ติซอน (Cortisone) ซึ่งเป็นการลดความเครียด ” ดนตรีจึงเป็นประดิษฐกรรมของมนุษย์ที่แฝงความเป็นวิทยาศาสตร์ผ่านความสุนทรีออกมาอย่างลงตัว อีกแนวทางหนึ่งเป็นการบำบัดสุขภาพจิตด้วยหนังสือ  หรือ เรียกว่า Bibliotherapy  เป็นการใช้หนังสือในการบำบัดสภาพจิตใจของผู้ป่วย เพื่อให้หนังสือเป็นสื่อในการเสริมสร้างจินตนาการ ความคิด ของผู้ป่วยที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย  ซึ่งช่วยให้สามารถรักษาโรควิตกกังวลและความผิดปรกติทางอารมณ์ โรคกลัวอยู่ในที่โล่ง (Agoraphobia) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในวันนี้ยิ่งทำให้การบำบัดสุขภาพจิตเป็นเรื่องงานขึ้นไปอีก เพราะสามารถทำได้ผ่านหน้าจอมือถือ โดยการดาวน์โหลด ApplicationRead More →

science

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน วิทยาศาสตร์ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อโลกปัจจุบันและอนาคตอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยนี้ที่วิทยาศาสตร์ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์ทุกคน ทั้งในด้านการดำเนินชีวิต การงานอาชีพ ข้าวของเครื่องใช้รวมถึงผลผลิตต่างๆที่ล้วนแต่จะต้องมีหลักวิทยาศาสร์เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ตลอด ทุกอย่างล้วนเต็มไปด้วยความสะดวกสบายในการทำงานและการดำเนินชีวิตที่มีผลมาจากวิทยาศาสตร์ ความรู้ การคิดวิจัยต่างๆ เรียกได้ว่าวิทยาศาสตร์เป็นตัวช่วยที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีและพัฒนาในมีประสิทธิภาพสูงสุดมากที่สุดสำหรับมนุษย์  วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี  วิทยาศาสตร์มีความสำคัญในการช่วยสร้างความคิดที่พัฒนาให้มนุษย์ให้ว่าจะเป็นการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะและศึกษาหาความรู้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้กับวัฒนธรรมสมัยใหม่ ที่เป็นสังคมแห่งการค้นคว้าและเรียนรู้ ทำให้ทุกคนจำเป็นที่จะต้องคอยศึกษาด้านวิทยาศาสตร์อยู่เสมอ เพื่อที่จะมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีในปัจจุบันอย่างสร้างสรรค์ มีเหตุผลและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ได้มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ โดยทั้งหมดนี้ล้วนมีรากฐานมาจากวิทยาศาสตร์ที่ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีทั้งสิ้น  วิทยาศาสตร์กับสิ่งแวดล้อม  ปัจจุบันนี้ทุกคนล้วนหันมาใส่ใจกับทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นเพื่อโลกที่ยั่งยืน วิทยาศาสตร์ได้เข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ส่งเสริมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้สมดุล มีการสร้างพลังงานทดแทน มีการคิดวิเคราะห์ถึงผลเสียต่างๆพร้อมแนวการแก้ไข ทำให้โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นแม้จะเกิดปัญหาธรรมชาติขึ้นบ่อยครั้ง แต่เราก็สามารถควบคุมทุกอย่างให้สมดุลด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์  วิทยาศาสตร์กับเศรษฐกิจ  ปัจจุบันนี้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ช่วยในการเพิ่มความสามารถพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ทำให้ทุกประเทศบนโลกสามารถที่จะต่อยอด แข่งขันและดำเนินชีวิร่วมกันอย่างมั่นคง มีรากฐานและมีความสุข เราจะเห็นได้ว่ามีการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยีต่างๆและใช้ในด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ การเงิน รวมไปถึงการสร้างผลผลิตและนำไปจัดจำหน่าย ที่เรียกว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์  วิทยาศาสตร์กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต  เรียกได้ว่าวิทยาศาสตร์นั้นมีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์ให้ดีขึ้นเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวันและตลอดชีพ ตั้งแต่คุณลืมตาตื่นขึ้นมาจนถึงกระทั่งก่อนนอนก็ต้องมีวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น วิทยาศาสตร์นำมาซึ่งความสะดวกสบาย ความสุข รวดเร็วและทันสมัยในการดำรงชีวิตในแต่ละด้าน ดังต่อไปนี้  อาหาร  วิทยาศาสตร์ช่วยในการเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร รักษาความสดใหม่และไม่ให้อาหารบูดเสีย สามารถเก็บได้นาน สร้างสารอาหารทดแทนRead More →

ทำไมความเครียดถึงส่งผลต่อสุขภาพ

ความเครียดเป็นสิ่งหนึ่งที่คนทุกช่วงวัยจะต้องเจอ  เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก อยู่ที่ว่าแต่ละคนนั้นจะสามารถจัดการกับความเครียดได้ในระดับใดหากจัดการความเครียดได้ดี ก็จะได้รับผลกระทบจากความเครียดน้อยกว่าคนที่ไม่สามารถควบคุมความเครียดได้ เรามารู้จักกับความเครียดให้มากขึ้น และ สิ่งที่คุณควรรู้คือคามเครียดนั้นมีผลกระทบต่อตัวคุณในหลายด้านทั้งร่างกายและจิตใจ แล้วสิ่งที่น่ารู้คือทำไมความเครียดถึงส่งผลต่อสุขภาพคำตอบทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว ทางการแพทย์อธิบาย ความเครียด ว่าเป็น  การหดตัวของกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของร่างกาย  ทุกครั้งที่เราคิดหรือมีอารมณ์บางอย่างเกิดขึ้นจะต้องมีการหดตัว เคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแห่งใดแห่งหนึ่งในร่างกายเกิดขึ้นควบคู่เสมอ เมื่อคุณเครียด ร่างกายก็จะเกิดความเตรียมพร้อมที่จะ “สู้” หรือ “หนี”   สาร​เคมี​ใน​ระบบ​ประสาท​และ​ฮอร์โมน​ต่าง ๆ ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​ความ​เครียด​จะ​หลั่ง​ออก​มา​ทั่ว​ร่าง​กาย​ของ​คุณ สารเคมีนี้จะกระตุ้นการ​เตรียม​อวัยวะ​และ​ระบบ​ทุก​ส่วน​ให้​พร้อม​ตอบ​สนอง​ต่อ​เหตุ​ฉุกเฉิน  ทั้งประสาท​สัมผัส​ทุก​ส่วน ​การ​มอง​เห็น การ​ได้​ยิน ​การ​สัมผัส  รวมถึงสมอง​ของ​คุณ​ตอบ​สนอง​อย่าง​รวด​เร็ว นั่นเป็นสาเหตุให้เมื่อเครียด​คุณ​ก็​พร้อม​จะ​ลง​มือ​ทำ​สิ่ง​ที่​ไม่​ธรรมดา  และ​ต่อม​หมวก​ไต​ก็​หลั่ง​ฮอร์โมน​ที่ไป​ให้​กำลัง​แก่​กล้ามเนื้อ ​หัวใจ  ปอด และ​อวัยวะ​อื่น ๆ ให้​พร้อม​สำหรับ​สิ่ง​ที่​อาจ​ต้อง​ทำ​ภาย​ใต้​สถานการณ์​ตึงเครียด จากข้อความข้างต้นดูเหมือนว่า ความเครียดน่าจะมีผลดี ใช่ !!!  ไม่ผิดความเครียดมีผลดีในการกระตุ้นการกระทำของคุณ  แต่ถ้า​ร่าง​กาย​ของ​คุณ​ตึงเครียด​ตลอด​เวลา  สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ  กล้ามเนื้อ​ของ​คุณ​จะเกร็ง ชีพ​จร​เต้น​เร็ว และ​ความ​ดัน​โลหิต​สูง​    คอเลสเทอรอล ไขมัน น้ำตาล ฮอร์โมน และ​สาร​เคมี​อื่นRead More →